26.9.54

เว็บไซต์พระสมเด็จ1234

เว็บไซต์ แลกเปลี่ยนพระเคร่ือง ไม่ผ่านตลาดพระ
ปฐมบท พระสมเด็จ1234
เนื่องจากได้รับการร้องขอจากผู้ไก้ลชิด ต้องการเสนอปล่อยพระเครื่องเก่าเก็บ ตามความประสงค์ที่ต้องการได้แนะนำไปเสนอตามตลาดพระหลายแห่ง ทำให้ได้พบกับผู้ที่สถาปนาตัวเองว่าเป็นเซียนพระ อาจารย์พระ ผู้เชี่ยวชาญพระเครื่องมากมายหลายท่าน บางท่านมีจิตเมตา แนะนำให้ความรู้ ความกระจ่างในวงการพระเครื่องเป็นอย่างดี แม้แต่พระองค์เดียวกันก็มีการวิจารย์แตกต่างกันซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา แต่บางท่านต้อนรับด้วยจิตอกุศลด้วยวิธีการต่าง ประดุจดังความงดงามของพุทธศิลปเป็นพุทธพาณิชย์ การที่จะพึ่งพาหน่วยงาน สมาคม ชมรม หรือเว็บไซต์ ที่เกี่ยวกับพระเครื่อง ก็จะพบกับเงื่อนไข ผลประโยชน์ มากมาย
เพื่อเป็นอีกทางหนึ่งที่จะให้ผู้ที่มีพระเครื่องที่ต้องการปล่อย และผู้ต้องการเช่า ได้พบกันตกลงด้วยความพอใจทั้งสองฝ่าย โดยเว็บ"prasomdej1234" เป็นตัวกลางประสานงาน โดยจะเก็บข้อมูล ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ทั้งสองฝ่ายไว้เป็นความลับ
โดยผู้นำเสนอ ส่งรูปถ่ายพระเครื่องหรือพระบูชา ที่จะปล่อยพร้อม ราคา ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ นามแฝง ได้ที่ supot965@gmail.com ทางเว็บจะจัดลงในเว็บ "prasomdej1234" ขนาด 900x700 100KB JPEG,GIF
ผู้ต้องการเช่า แจ้งความประสงค์ ขอรายละเอียด พระที่สนใจ ได้ที่ supot965@gmail.com
หมายเหตุ การซื้อขายเป็นการตกลงยินยอมทั้งสองฝ่าย "prasomdej1234"เป็นผู้ประสานงานเท่านั้นไม่มีผลทางกฏหมาย
นายสุพจน์ สังข์ลาโพธิ์ 081-5238996

ประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี)

ชาตะ วันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2331 ตรงกับเดือน 5 ขึ้น 12 ค่ำ ปีวอก จ.ศ. 1150 เวลา พระบิณฑบาต 06.45 น. (ย่ำรุ่ง 9 บาท ) มารดาชื่อ งุด เกศ บิดาไม่ปรากฏแน่ชัด(บางแห่ง อ้างว่าเป็นราชวงศ์จักกรี)

บวชเป็น สามเณร เมื่ออายุได้ 13 ปี ณ วัดใหญ่เมืองพิจิตร ต่อมาย้ายมาศึกษาพระปริยัติธรรม ณ เมือง ชัยนาทพออายุได้ 18 ปี ก็ย้ายมาศึกษากับอาจารย์แก้ว วัดบางลำพู กรุงเทพฯ และยังได้ ศึกษาพระปริยัติธรรมกับเสมียนตราด้วง ขุนพรมเสนา ปลัดเสนา ปลัดกรมนุท เสมียนบุญ และพระกระแสร์ต่อมาได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระลูกยาเธอเจ้าฟ้ากรมหลวงอดิศร สุนทร พระ บรมโอรสาธิราชให้ทรงโปรดมาอยู่กับสมเด็จพระสังฆราช วัดมหาธาตุ
บวช เป็นพระภิกษุ พอถึง พ.ศ. 2351 อายุ 21 ปี สมเด็จเจ้าฟ้าพระบรมราชโอรสทรงรับภาระบรรพชาเป็น นาคหลวงโดยให้ไปบวชที่วัดตะไกร จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งโยมแม่และญาติมีภูมิลำเนาอยู่ที่นั่น แล้วมาประจำอยู่กับพระสังฆราชวัดมหาธาตุต่อไปเป็นเจ้าอาวาสวัด ระฆังฯ เมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 สวรรคตลง เจ้าฟ้าทูลกระหม่อม ซึ่ง บวชตลอดรัชกาลที่ 3 ที่วัดบวรฯ ก็ลาสิขาบทขึ้นเสวยราชย์เป็นรัชกาลที่ 4 แห่งราชวงศ์จัก กรี ก็ได้ทรงมีพระบรมราชโองการให้เป็น “พระธรรมกิตติ” ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัด ระฆัง เมื่อ พ.ศ. 2395 ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสได้ไม่นาน พอถึง พ.ศ. 2397 ก็โปรด เกล้าฯ ให้เป็น “พระเทพกวี” ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2407 ก็โปรดเกล้าฯ ให้เป็น “สมเด็จพระ พุฒาจารย์” ชาวบ้านทั่ว ๆ ไปเรียกกันว่า “สมเด็จพุฒาจารย์โต วัดระฆัง” เรียกไปเรียกมา เหลือเพียง “สมเด็จโต” ในทีสุด ขณะที่โปรดเกล้าฯ เป็นสมเด็จนั้น มีอายุได้ 78 ปี อายุ พรรษาได้ 56 พรรษาแล้วมรณภาพ
สมเด็จโต จะอาพาธด้วยโรคอะไรไม่ปรากฏ มรณภาพเมื่อวันเสาร์ แรม 2 ค่ำ เดือน 8 (ต้น) ปีวอก จ.ศ. 1234 ตรงกับวันที่ 22 มิถุนายน 2415 เวลาประมาณ 24.00 น.เศษ บนศาลาใหญ่วัดอินวรวิหาร บางขุนพรหม
สรุป สมเด็จโตมีสิริรวมชนมายุของท่านได้ 85 ปี ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม ได้ 20 ปี บริบูรณ์ ดำรงฐานันดรศักดิ์ สมเด็จพระพุฒาจารย์โตมาได้ 7 ปี เศษ 65 พรรษา สมเด็จโตทรงถวายความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเปํน ที่ยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นทางตรงและทางอ้อมทุกประการ